กิจการ 18:23-19:12 — เมื่อคนเก่งยอมฟัง พระเจ้าทรงทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่ากิจการ บทที่ 18 ข้อ 23 ถึง บทที่ 19 ข้อ 12 — เมื่อคนเก่งยอมฟัง พระเจ้าทรงทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่า

ตอนที่ 1: เมื่อปราชญ์ยอมฟังคนทำเต็นท์

After spending some time there, he departed and went from place to place through the region of Galatia and Phrygia, ⏪strengthening all the disciples.

Now a Jew named Apollos, a native of Alexandria, came to Ephesus. He was an ✨eloquent man, ✨competent in the Scriptures. He 🔔had been instructed in the way of the Lord. And 🫀being fervent in spirit, he ⏪spoke and ⏪taught the things concerning Jesus ✨accurately, though he knew only the baptism of John. He began to speak boldly in the synagogue, but when Priscilla and Aquila heard him, they took him aside and ✅explained to him the way of God 🌓✨more accurately. And when he wished to cross to Achaia, the brothers encouraged him and wrote to the disciples to welcome him. When he arrived, he greatly helped those who through grace had believed, for he ⏪powerfully refuted the Jews in public, ⏪showing by the Scriptures that the Christ was Jesus. (ESV)

เปาโลออกเดินทางอีกครั้ง — ผ่านแคว้นกาลาเทียและฟรีเจีย ⏪หนุนใจพี่น้องอยู่เรื่อย ๆ ตามเส้นทางที่ท่านเคยเดินผ่านมาแล้วในการเดินทางรอบก่อน ในขณะเดียวกัน ที่เมืองเอเฟซัสซึ่งท่านเพิ่งทิ้งปริสซิลลาและอาควิลลาไว้ ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาในธรรมศาลา

ลูกาวาดภาพอปอลโลด้วยคำสรรเสริญหลายชั้น — เป็นคน ✨ช่ำชองในพระคัมภีร์, มี ✨วาทศิลป์ที่ทรงพลัง1, 🔔ได้รับการสอนมาในทางของพระเจ้าแล้วและยังอยู่ในสภาวะนั้น, และ 🫀ร้อนรนในจิตวิญญาณอยู่เสมอ — ไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นปราชญ์ระดับครู มีพลัง และมีชีวิตชีวา ลูกาวาดให้สวยงามที่สุดก่อน แล้วก็เพิ่มประโยคเดียวที่เปลี่ยนทุกอย่าง — “แม้ว่าเขาจะรู้จักแต่บัพติศมาของยอห์น”

คำว่า “ถูกต้อง” (ἀκριβῶς / akribōs) — รากแปลว่า “แม่นยำ ไม่คลาดเคลื่อน” ที่ลูกาใช้บอกว่าอปอลโลสอน “ถูกต้อง” นั้น — ลูกาพูดจริง อปอลโลสอนถูก แต่ยังไม่ครบ เหมือนคนที่รู้จักภาพยนตร์จากตัวอย่างหนัง — เห็นเรื่องหลัก รู้ตัวละคร แต่ยังไม่ได้ดูทั้งเรื่อง

พอปริสซิลลาและอาควิลลาได้ยิน พวกเขาก็ ✅พาเขาออกมาอธิบายทางของพระเจ้าให้ 🌓“ถูกต้องยิ่งขึ้น” (ἀκριβέστερον / akribesteron) — รูปเปรียบเทียบของ akribōs คำเดียวกัน — ลูกาไม่ได้บอกว่าอปอลโลผิด แต่ใช้คำว่า “ถูกต้อง” กับ “ถูกต้องยิ่งขึ้น” เพื่อชี้ว่าความจริงมีระดับ — สิ่งที่ยังขาดไปนั้น เราจะเห็นชัดขึ้นในตอนที่ 2

สังเกตเกร็ดเล็ก ๆ ที่ลูกาทิ้งไว้ — ในต้นฉบับกรีก ลูกาวางชื่อ “ปริสซิลลา” ก่อนชื่อสามี ซึ่งผิดธรรมเนียมของทั้งยิวและกรีก-โรมันในยุคนั้นที่ปกติระบุชื่อสามีก่อนเสมอ ลูกาและเปาโลใช้ลำดับนี้ซ้ำหลายครั้ง2 ผมคิดว่าการวางลำดับแบบนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ สะท้อนว่าในพระกายของพระคริสต์ บทบาทไม่ได้ถูกจำกัดโดยธรรมเนียมของโลก แต่ขึ้นกับการทรงเรียกและการปรนนิบัติจริง ๆ อปอลโลปราชญ์ผู้ช่ำชองในคัมภีร์ ก้มลงฟังคำสอนจากคู่สามีภรรยาช่างทำเต็นท์ ที่มีผู้หญิงเป็นหนึ่งในผู้สอนด้วย — นี่คือภาพของคริสตจักรที่พระเยซูทรงเริ่มต้นไว้

สิ่งที่น่าทึ่งกว่าคือตัวอปอลโลเอง — เขาช่ำชองในพระคัมภีร์มากกว่าคู่สามีภรรยาช่างทำเต็นท์ที่มาบอกให้ฟัง เขาร้อนรนและ ⏪สอนอยู่เสมอ ด้วยความมั่นใจ แต่เขาก็ยอมฟัง ยอมออกมาจากธรรมศาลา ยอมนั่งรับฟังสิ่งที่ตัวเองอาจมองว่า “รู้อยู่แล้ว” — นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่เก่งและรู้ว่าตัวเองเก่ง

แล้วผลของความถ่อมใจนั้นก็ออกมาให้เห็น — อปอลโลข้ามไปยังโครินธ์ และที่นั่น เขา ⏪ช่วยพี่น้องที่เชื่อแล้วได้มากอยู่เรื่อย ๆ และ ⏪หักล้างชาวยิวต่อหน้าสาธารณะอยู่เสมอพิสูจน์ให้เห็นจากพระคัมภีร์ว่าพระเยซูคือพระคริสต์ — ความถ่อมใจไม่ได้ทำให้เขา “เก่งน้อยลง” แต่ทำให้เขา “ถูกต้องยิ่งขึ้น” จริง ๆ

รากศัพท์

  • ถูกต้อง / ถูกต้องยิ่งขึ้นἀκριβῶς (akribōs) และ ἀκριβέστερον (akribesteron) — รากแปลว่า “แม่นยำ ไม่คลาดเคลื่อน” ลูกาใช้คำเดียวกันสองรูป (ธรรมดา → เปรียบเทียบ) เพื่อสะท้อนว่าความจริงมีระดับ ไม่ใช่แค่ผิดหรือถูก แต่ “ครบหรือยังไม่ครบ”

ตอนที่ 2: เมล็ดที่รออยู่ — พระเจ้าทรงส่งคนมาเติมเต็มในเวลาที่พอดี

And it happened that while Apollos was at Corinth, Paul passed through the inland country and ✅came to Ephesus. There he ✅found some disciples. And he said to them, “Did you receive the Holy Spirit when you believed?” And they said, “No, we have not even heard that there is a Holy Spirit.” And he said, “Into what then were you baptized?” They said, “Into John’s baptism.” And Paul said, “John baptized with the baptism of repentance, telling the people to believe in the one who was to come after him, that is, Jesus.” On hearing this, they were ✅baptized in the name of the Lord Jesus. And when Paul 🫀laid his hands on them, the Holy Spirit ✅came on them, and they ✅beganspeaking in tongues and ⏪prophesying. There were about twelve men in all. (ESV)

ลูกาวางจังหวะนี้ไว้อย่างตั้งใจ — “ขณะที่อปอลโลอยู่ที่โครินธ์ เปาโลก็เดินทางมาถึงเอเฟซัส” — สองเส้นทางที่วิ่งสวนกัน อปอลโลออกจากเอเฟซัสไปโครินธ์ เปาโลออกจากแอนทิโอกเข้ามาเอเฟซัส และเปาโลก็ ✅พบ “สาวกบางคน”

พวกเขารู้จักแต่ “บัพติศมาของยอห์น” — ยอห์นผู้ให้บัพติศมาประกาศให้คนกลับใจและรับบัพติศมาเพื่อเตรียมใจรับพระเยซูที่จะตามมา ยอห์นเองพูดชัดเจนว่าผู้ที่มาหลังจากเขาจะให้บัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์3 — พวกเขาจึงอยู่กลางทาง รู้เรื่องพระเยซูในแบบที่ยอห์นชี้ไป แต่ยังไม่รู้ว่าพระวิญญาณบริสุทธิ์เสด็จมาแล้ว ความเข้าใจที่ถูกต้องแต่ยังไม่ครบ — รอคนมาเติมเต็ม

เปาโลถามคำถามแรกที่น่าแปลก — “พวกท่านได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์ตอนที่เชื่อไหม?” — ไม่ได้ถามว่า “พวกท่านเป็นคริสเตียนไหม” แต่ถามตรงไปที่หัวใจ คำตอบที่ได้คือ “เราไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำว่ามีพระวิญญาณบริสุทธิ์” — คำตอบนี้ต่อเนื่องตรงมาจากเรื่องอปอลโลในตอนที่แล้ว4 สิ่งที่ขาดไปจากความ “ถูกต้อง” ของอปอลโลในตอนแรกคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ — ไม่ใช่แค่ข้อมูลเพิ่ม แต่คือการรู้จักพระองค์จริง ๆ

เปาโลอธิบายว่าบัพติศมาของยอห์นเป็นบัพติศมาแห่งการกลับใจ ชี้ไปยังพระเยซูที่จะมาหลังจากเขา — เมื่อพวกเขาได้ยิน พวกเขาก็ ✅รับบัพติศมาในพระนามของพระเยซูคริสต์ แล้วเปาโลก็ 🫀วางมือบนพวกเขา พระวิญญาณบริสุทธิ์ ✅เสด็จมา และพวกเขา ✅เริ่มพูดภาษาแปลก ๆ และ ⏪พยากรณ์อยู่เรื่อย ๆ — สาวกสิบสองคนที่รออยู่กับ “เมล็ดที่ยังไม่ครบ” ได้รับสิ่งที่ขาดไปในวันเดียว

เรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นไม่ใช่แค่คน 12 คนได้พระวิญญาณ — ถ้าถอยออกมาดูภาพกว้าง เราเห็นรูปแบบการทำงานของพระเจ้าที่น่าทึ่ง ที่เอเฟซัส 12 คนนี้มีคนหว่านไว้ก่อนแล้ว (ผมคิดว่าเป็นไปได้ว่าคนหว่านคืออปอลโลในช่วงที่เขาสอนเรื่องพระเยซูแบบที่ยังไม่ครบ) และเปาโลมารดน้ำเติมเต็มด้วยพระวิญญาณ ส่วนที่โครินธ์กลับกัน — เปาโลเป็นคนหว่าน (ก่อตั้งคริสตจักร) แล้วอปอลโลมารดน้ำ (มาช่วยคนที่เชื่อแล้ว)5 สองคนสลับบทบาทกันในสองเมือง ตามจังหวะที่พระเจ้าทรงจัดวาง ไม่มีใครนัดกัน ไม่มีการประชุมทีมงาน — แต่ทุกอย่างลงตัว


ตอนที่ 3: จากธรรมศาลาสู่หอบรรยายทีรันนัส — สภากาแฟทางปัญญาที่เปลี่ยนเอเชีย

And he ✅entered the synagogue and for three months ⏪spoke boldly, ⏪reasoning and ⏪persuading them about the kingdom of God. But when some ✅became stubborn and ⏪continued in unbelief, ⏪speaking evil of the Way before the congregation, he ✅withdrew from them and ✅took the disciples with him, 🫀reasoning daily in the hall of Tyrannus. This ⏪continued for two years, so that all the residents of Asia ✅heard the word of the Lord, both Jews and Greeks.

And God ⏪was doing extraordinary miracles by the hands of Paul, so that even handkerchiefs or aprons that had touched his skin were carried away to the sick, and their diseases ✅left them and the evil spirits ✅came out of them. (ESV)

เปาโลเดินเข้าธรรมศาลาที่เอเฟซัส และสามเดือนที่ท่าน ⏪พูดอย่างกล้าหาญอยู่เสมอ 🫀คอยอภิปรายและโน้มน้าวอยู่เป็นนิสัย เรื่องอาณาจักรของพระเจ้า — คำว่า “อภิปราย” (διαλεγόμενος / dialegomenos — รากเดียวกับ “dialogue” ในภาษาอังกฤษ) ไม่ใช่การขึ้นยืนพูดคนเดียวแล้วจบ แต่คือการคุยแลกเปลี่ยน ฟัง ตอบ และโต้แย้งด้วยเหตุและผล เปาโลไม่ได้ “พูดใส่” คนฟัง ท่านเริ่มจากการฟังพวกเขาก่อน

พอบางคนในธรรมศาลา ✅ใจแข็งต่อต้านอยู่เรื่อย ๆ และ ⏪พูดร้ายทางของพระเจ้าต่อหน้าชุมนุมอยู่ต่อเนื่อง — เปาโลก็ ✅ถอนตัวออกมา และ ✅พาสาวกออกมาด้วย ท่านทำแบบเดียวกับที่เคยทำที่โครินธ์ — ตั้งฐานใหม่แทนที่จะถอยออกจากเมือง แต่คราวนี้ไม่ใช่บ้านข้างคูรั้ว แต่เป็นสถานที่ใจกลางเมือง

“หอบรรยายของทีรันนัส” (σχολή / scholē) — รากเดียวกับคำว่า “โรงเรียน” (school) ในภาษาอังกฤษ แต่ในยุคกรีก ไม่ใช่โรงเรียนที่นักเรียนนั่งเรียนในระบบ เป็นพื้นที่สาธารณะที่ผู้คนมารวมตัวถกเถียงเรื่องปรัชญา ความจริง และจักรวาล ใกล้เคียงกับ “สภากาแฟ” ที่ผู้คนมานั่งคุยเรื่องชีวิตและการเมืองยามเช้า มากกว่าโรงเรียนในระบบปัจจุบัน — การที่เปาโลย้ายมาที่นี่เป็นการประกาศว่าข่าวประเสริฐไม่ใช่เรื่องของศาสนาใดศาสนาหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ใครก็มาตั้งคำถามและถกเถียงด้วยเหตุผลได้ในพื้นที่สาธารณะ6

และที่นั่น เปาโล 🫀อภิปรายทุกวัน เป็นเวลาสองปี — ไม่ใช่แค่สาวกสิบสองคนที่ท่านพาออกมา แต่ประตูของหอบรรยายเปิดสำหรับทุกคน ผลที่เกิดขึ้นอาจดูเกินจริง แต่ลูกาบันทึกชัด — “คนทั้งหมดในแคว้นเอเชียได้ยินพระคำของพระเจ้า ทั้งยิวและกรีก”

“แคว้นเอเชีย” ที่ลูกาพูดถึงไม่ใช่ทวีปเอเชียทั้งทวีปอย่างที่คนไทยอาจนึก แต่คือแคว้นโรมันชื่อ “Asia” ซึ่งครอบคลุมชายฝั่งตะวันตกของตุรกีในปัจจุบัน ในแคว้นนี้มีเมืองใหญ่หลายเมือง — สมิร์นา เปอร์กาโมน ซาร์ดิส ฟิลาเดลเฟีย ไทอาไทรา เลาดีเซีย — ชื่อเหล่านี้คือคริสตจักรทั้งเจ็ดที่ยอห์นเขียนถึงในหนังสือวิวรณ์ นักวิชาการเชื่อว่าคริสตจักรในเมืองเหล่านี้ส่วนใหญ่น่าจะถูกก่อตั้งในช่วงสองปีที่เปาโลสอนอยู่ที่หอบรรยายทีรันนัสนี้เอง — เปาโลไม่ได้เดินทางไปประกาศทุกเมือง แต่ท่านตั้งศูนย์กลางหนึ่งแห่ง สร้างคนออกไป แล้วคนเหล่านั้นก็นำข่าวออกไปเอง

แล้วพระเจ้าก็ทรงประทับตรา — พระเจ้า ⏪ทรงทำการอัศจรรย์พิเศษผ่านมือของเปาโลอยู่เสมอ แม้กระทั่งผ้าเช็ดหน้าหรือผ้ากันเปื้อนที่ผ่านมือเปาโล — ผ้าของช่างทำเต็นท์ ของคนธรรมดาที่ทำงานหนัก — เมื่อถูกนำไปถึงคนป่วย โรคร้ายก็ ✅หายขาดลงอย่างเด็ดขาด และวิญญาณชั่วก็ ✅ออกมาอย่างเด็ดขาด

ถ้าลองจับภาพรวมของตอนนี้ เราจะเห็นว่าพระเจ้าทรงประทับตรางานที่เอเฟซัสด้วยหมายสำคัญ 3 อย่างครบ — ทั้งภาษาแปลก ๆ และการพยากรณ์ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มสาวกสิบสองคน ไปจนถึงการรักษาโรคและขับวิญญาณชั่วผ่านผ้าเช็ดหน้าของเปาโล — หมายสำคัญชุดเดียวกันที่ปรากฏตั้งแต่วันเพนเทคอสต์ เช่นเดียวกับที่เงาของเปโตรเคยรักษาคนป่วยที่เยรูซาเล็มในยุคอัครสาวกก่อนหน้านี้7 พระเจ้าองค์เดียวกัน พระวิญญาณองค์เดียวกัน ทำงานผ่านคนธรรมดาที่ถ่อมใจและทุ่มเทเพื่อพระองค์จริง ๆ — ฤทธิ์เดชนั้นไม่ได้อยู่ที่ผ้าหรือมือ แต่อยู่ที่พระเจ้าผู้ทรงเห็นว่าสาวกสิบสองคนที่เพิ่งรู้จักพระวิญญาณ กับข่าวประเสริฐที่กำลังแผ่ออกทั่วเอเชีย ล้วนมาจากพระหัตถ์ของพระองค์เอง

รากศัพท์

  • หอบรรยาย / สภาปัญญาσχολή (scholē) แปลว่า “เวลาว่างสำหรับการเรียนรู้” เป็นรากเดียวกับคำว่า “โรงเรียน” (school) ในภาษาอังกฤษ แต่ในยุคกรีกหมายถึงพื้นที่ปาฐกถาสาธารณะ ไม่ใช่โรงเรียนในระบบ
  • อภิปรายδιαλεγόμενος (dialegomenos) = διά (ระหว่างกัน) + λέγω (พูด) หมายถึง “พูดระหว่างกันไปมา” เป็นรากเดียวกับคำว่า dialogue คือการถาม-ตอบ ฟัง-โต้ ไม่ใช่สื่อสารทางเดียว

บทสรุป

สามตอนในพระธรรมตอนนี้ชวนให้เห็นภาพเดียวกัน — พระเจ้าไม่ทรงพึ่งฮีโร่คนเดียว อปอลโลเก่งที่สุดในห้อง แต่พอยอมฟัง เขาก็ 🌓“ถูกต้องยิ่งขึ้น” จริง ๆ เปาโลกับอปอลโลสลับกันหว่านและรดน้ำในสองเมือง ตามเวลาที่พระเจ้าทรงจัดวาง ที่เอเฟซัส เปาโลออกจากธรรมศาลาเข้าสู่หอบรรยายทีรันนัส — สภากาแฟทางปัญญาที่คนกรีกมาถกข้อคิดกัน — 🫀อภิปรายทุกวัน สองปี จนข่าวประเสริฐแผ่ออกไปทั่วเอเชีย ไม่ใช่เพราะมีคนพิเศษคนเดียว แต่เพราะคนธรรมดาที่ถ่อมใจทำงานร่วมกัน แล้วพระเจ้าก็ ⏪ทรงประทับตราด้วยฤทธิ์เดชอยู่เสมอ ผ่านมือของช่างทำเต็นท์ผู้นั้น


อ้างอิง

1 คำว่า "วาทศิลป์ที่ทรงพลัง" ในต้นฉบับคือ λόγιος (logios, G3056, BDAG 598) แปลว่า eloquent / learned / cultured — หมายถึงผู้ที่ได้รับการฝึก Rhetoric ระดับสูง มีทั้งทักษะพูดและความรู้กว้างขวาง ประกอบกับคำว่า "ช่ำชองในพระคัมภีร์" = δυνατός (dynatos, G1411) แปลว่า mighty/powerful — ไม่ใช่แค่รู้เยอะ แต่วิเคราะห์คมชัดจนพิสูจน์ต่อหน้าสาธารณะได้ ภาพที่ลูกาวาดคืออปอลโลเป็นปราชญ์ระดับท็อปของยุคนั้น — เพื่อให้เราเห็นน้ำหนักของความถ่อมใจ ที่ยอมฟังคู่สามีภรรยาช่างทำเต็นท์

2 ลำดับ "ปริสซิลลา–อาควิลลา" ปรากฏใน กิจการ 18:18, 18:26 และ โรม 16:3 — ลูกาและเปาโลเลือกเรียงแบบนี้ซ้ำ ๆ ไม่ใช่ครั้งเดียว

3 ยอห์นผู้ให้บัพติศมาพูดชัดเจนในหลายแห่ง เช่น มัทธิว 3:11 "เราให้ท่านทั้งหลายรับบัพติศมาด้วยน้ำ… แต่ผู้ที่จะมาภายหลังเรา… พระองค์จะทรงให้ท่านทั้งหลายรับบัพติศมาด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และด้วยไฟ" — ยอห์นจึงไม่ได้สอนให้สาวกของเขาหยุดที่บัพติศมาของเขา แต่ชี้ไปยังผู้ที่จะมาและประทานพระวิญญาณให้จริง ๆ

4 การแบ่ง "บท" และ "ข้อ" ในพระคัมภีร์ไม่ได้มาจากผู้เขียนเดิม ลูกาเขียนเรื่องของเปาโลและอปอลโลเป็นเรื่องเดียวต่อเนื่อง การแบ่งบทใส่เข้ามาโดย Stephen Langton ราวปี ค.ศ. 1227 และการแบ่งข้อใส่โดย Robert Estienne ปี ค.ศ. 1551 — เพิ่มเข้ามาหลังลูกาเขียนเกือบ 1,200 ปี การแบ่งช่วยเรื่องการอ้างอิง แต่ก็บดบังความเชื่อมโยงของเรื่องเล่าได้เหมือนกัน อ่านเพิ่มเรื่องนี้ได้ที่ การแบ่งบทและข้อในพระคัมภีร์

5 เปาโลเองก็พูดถึงเรื่องนี้ใน 1 โครินธ์ 3:6 ว่า "ข้าพเจ้าปลูก อปอลโลรดน้ำ" — แต่บริบทนั้นเปาโลพูดเพื่อแก้ปัญหาการแบ่งฝ่ายในโครินธ์ ไม่ใช่วางสูตรว่าใครต้องทำก่อนเสมอ — กิจการ 18-19 แสดงให้เห็นว่าในชีวิตจริง ทั้งสองคนสลับบทบาทกันตามจังหวะของพระเจ้า

6 ต้นฉบับ Codex Bezae (Western Text) ระบุว่าเปาโลใช้หอบรรยายในช่วงเวลาพักเที่ยง (ชั่วโมงที่ 5 ถึง 10 ตามเวลาโรมัน ประมาณ 11.00–16.00) — แม้ไม่ใช่ต้นฉบับหลักที่นักวิชาการส่วนใหญ่ยอมรับ แต่สอดคล้องกับธรรมเนียมกรีกที่หอบรรยายเงียบช่วงกลางวันเพราะอากาศร้อนจัด เปาโลจึงน่าจะทำเต็นท์ตอนเช้า แล้วเช่าหรือใช้หอบรรยายช่วงบ่าย (Keener และ ABD ยืนยันความเป็นไปได้ทางประวัติศาสตร์)

7 กิจการ 5:15 — "พวกเขาจึงหามคนป่วยออกไปที่ถนน วางไว้บนที่นอนและที่รอง เพื่อเมื่อเปโตรเดินผ่าน อย่างน้อยก็ให้เงาของท่านถูกบางคน" ลูกาจงใจเขียนคู่ขนานระหว่างเปโตร (เงา) กับเปาโล (ผ้าเช็ดหน้า) เพื่อแสดงว่าทั้งสองคนเป็นอัครสาวกในระดับเดียวกัน — พระเจ้าทรงประทับตราพวกเขาด้วยวิธีเดียวกัน